พิสูจน์ผลลัพธ์!ผิวเรียบเนียนขึ้นจริงกับโปรแกรมรักษาหลุมสิว 3 ขั้นตอน
- 6 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

หลายคนกังวลว่าหลุมสิวที่เป็นมานาน รักษามาหลายวิธีก็ไม่หาย จะสามารถดีขึ้นได้จริงเหรอ? ที่ Doctor Designs Clinic เรามีเทคนิคเฉพาะที่ช่วยกู้ผิวให้กลับมาดูดีอีกครั้ง ด้วยโปรแกรมรักษาหลุมสิวที่เห็นผลชัดเจนและยั่งยืนค่ะ

ก่อนจะไปรักษา เรามาทำความรู้จักกับหลุมสิวแต่ละประเภทกันก่อนค่ะ เพราะหลุมสิวแต่ละแบบมีระดับความลึกและวิธีการรักษาที่ต่างกัน เพื่อให้เราเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ผิวที่สุด มาเช็กกันเลยค่ะว่าเรามีหลุมสิวแบบไหนบ้าง?
เช็กให้ชัวร์! 3 ประเภทหลุมสิวที่เป็นอยู่ คือระดับไหน?
1. Rolling Scar (หลุมสิวแอ่งกระทะ)
• ระดับความรุนแรง: ระดับตื้น (Mild)
• ลักษณะ: เป็นหลุมแบบคลื่นหรือแอ่งกระทะ ผิวยุบตัวลงเพียงเล็กน้อย ขอบหลุมไม่ชัดเจน มักเกิดจากการแคะแกะสิวในชั้นตื้นๆ
• ความรู้สึก: ผิวดูไม่เรียบเนียนเวลาสะท้อนแสง แต่ยังถือว่ารักษาได้ง่ายที่สุดในบรรดาทุกแบบค่ะ
2. Boxcar Scar (หลุมสิวแบบกล่อง)
• ระดับความรุนแรง: ระดับปานกลาง (Moderate)
• ลักษณะ: หลุมมีขอบชัดเจน ก้นหลุมกว้างและแบนคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม จะลึกกว่าแบบแอ่งกระทะ ส่วนใหญ่เกิดจากสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือเป็นอีสุกอีใส
• ความรู้สึก: มองเห็นได้ชัดเจนแม้จะลงรองพื้น ต้องใช้เทคนิคการรักษาที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ก้นหลุมตื้นขึ้น
3. Ice Pick Scar (หลุมสิวแบบจิก)
• ระดับความรุนแรง: ระดับลึกที่สุด (Severe)
• ลักษณะ: รูแผลแคบแต่ลึกมาก ก้นหลุมแหลมคล้ายโดนของแหลมจิกลงไป มักเกิดจากการบีบสิวอุดตันผิดวิธีจนทำลายเนื้อเยื่อในระดับลึก
• ความรู้สึก: เป็นประเภทที่รักษาหน้าให้กลับมาเรียบเนียนได้ยากที่สุด และต้องใช้เวลาในการดูแลอย่างต่อเนื่องค่ะ

บอกลาหน้าหลุมสิวด้วย Discovery PICO DEEP นวัตกรรมเปลี่ยนผิวใหม่ให้เรียบเนียน
ถ้ากำลังมองหาตัวช่วยกู้ผิวให้กลับมาเนียนกริบ ต้องไม่พลาดโปรแกรม PICO DEEP ค่ะ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเลเซอร์ทั่วไป แต่เป็นการใช้เทคโนโลยี Picosecond Laser ที่ปล่อยพลังงานความเร็วสูงมาก (ระดับหนึ่งในล้านล้านส่วนของวินาที!) เข้าไปฟื้นฟูผิวถึงระดับลึก
3 พลังทำลายล้างหลุมสิวของ Discovery PICO DEEP
1. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Boost)
ตัวเครื่องจะช่วยส่งพลังงานลงไปกระตุ้นใต้ชั้นผิว ให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมเต็มส่วนที่หายไป ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวจะดูแน่น กระชับขึ้น และที่สำคัญคือ ช่วยลดความลึกของหลุมสิวได้อย่างชัดเจน จนสังเกตได้เลยค่ะ
2. ความแม่นยำสูง (High Precision)
ด้วยเทคโนโลยี Picosecond ที่เร็วกว่าเลเซอร์ยุคเก่าหลายเท่า ทำให้พลังงานที่ส่งลงไปนั้นแม่นยำและตรงจุดมากๆ ผิวบริเวณรอบข้างจะไม่ถูกทำลาย ผลข้างเคียงน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดกว่าเดิมค่ะ
3. พลังตัดพังผืดใต้หลุมสิว (Subcision Effect)
จุดเด่นที่ทำให้ Pico Deep เหนือกว่าคือ "แรงกระแทกสูง" (Photoacoustic) ที่สามารถเข้าไปตัดพังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิวอยู่ใต้ผิวหนังให้ขาดออก เมื่อพังผืดถูกตัดออก หลุมสิวที่เคยยุบตัวก็จะค่อยๆ เด้งฟูขึ้นมานั่นเองค่ะ

โปรแกรม "Subcision" (การตัดพังผืด) ตัวช่วยปลดล็อกผิวให้กลับมาเด้งฟูอีกครั้งค่ะ
ปลดล็อกผิวขรุขระด้วย Subcision เคล็ดลับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
สาวๆ รู้ไหมคะว่าทำไมหลุมสิวถึงดูบุ๋มลงไปไม่ยอมตื้นขึ้นมา? นั่นเป็นเพราะใต้หลุมสิวเหล่านั้นมี "พังผืด" เป็นเส้นใยเหนียวๆ คอยยึดรั้งผิวชั้นบนของเราไว้กับเนื้อเยื่อด้านล่างค่ะ ต่อให้เราบำรุงผิวดีแค่ไหน ถ้าไม่กำจัดเจ้าพังผืดนี้ออก ผิวก็ยากที่จะกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม
3 เหตุผลที่ต้องทำ Subcision
1. แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นชัดเจนการทำ Subcision
คือการใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษเข้าไปเลาะตัดเส้นใยพังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิวอยู่ เมื่อพังผืดถูกตัดขาดออก ผิวที่เคยโดนดึงไว้ก็จะดีดตัวกลับขึ้นมา ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นทันทีตั้งแต่รากฐานค่ะ
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาด้วยเลเซอร์
สำหรับใครที่มีแพลนจะทำเลเซอร์ควบคู่ไปด้วย การทำ Subcision จะช่วยให้การยิงเลเซอร์มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ เพราะเมื่อฐานหลุมสิวลึกไม่ถูกดึงรั้งแล้ว พลังงานจากเลเซอร์ก็จะสามารถเข้าไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง
3. เหมาะมากสำหรับคนที่มีพังผืดหนา
เทคนิคนี้เกิดมาเพื่อคนที่มีหลุมสิวชนิด Rolling Scar (แอ่งกระทะ) และ Boxcar Scar (แบบกล่อง) ที่มักจะมีพังผืดดึงรั้งอยู่หนาแน่น การทำ Subcision จะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนมากค่ะ

อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผิวกลับมาเต็มอิ่มและเรียบเนียนแบบคูณสองก็คือการใช้ "Biostimulator" หรือกลุ่มงานฉีดกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ
วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า Biostimulator แต่ละตัวที่ Doctor Designs Clinic เลือกใช้ มีจุดเด่นต่างกันยังไง และตัวไหนที่เหมาะกับปัญหาผิวของคุณมากที่สุด เหมือนมีคุณหมอมาให้ความรู้ข้างๆ เลยค่ะ
Program Biostimulator: เติมเต็มหลุมสิว ฟื้นฟูผิวจากภายใน
เพราะหลุมสิวเกิดจากการที่คอลลาเจนใต้ผิวถูกทำลายจนแหว่งไป การทาครีมอย่างเดียวจึงไม่พอค่ะ เราต้องใช้ตัวช่วยที่เข้าไป "ปลุก" การสร้างคอลลาเจนให้ทำงานอีกครั้ง ซึ่งที่คลินิกเรามี 3 ตัวท็อปที่ นิยมมากที่สุด ดังนี้ค่ะ

1. Sculptra (สำหรับหลุมสิวระดับลึก และผิวหย่อนคล้อย)
ตัวนี้ถือเป็น First & Original Biostimulator ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type 1) ได้สูงมากค่ะ
เหมาะกับใคร: คนที่มีหลุมสิวแบบ Ice Pick Scar (หลุมจิก) หรือหลุมสิวที่ลึกและเป็นมานาน รวมถึงคนที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย
เจาะลึกผลลัพธ์: Sculptra จะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติขึ้นมาใหม่ ทำให้ก้นหลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้นจากภายใน ผลพลอยได้ที่จะเลิฟมากคือ ผิวหน้าจะดูยกกระชับขึ้น หน้าดู "แน่น"
และอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติต่อเนื่องยาวนานค่ะ

2.JUVELOOK คือผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Hybrid Biostimulator ที่ผสมผสานระหว่าง PDLLA (Poly D, L-Lactic Acid) และ HA (Hyaluronic Acid) เข้าด้วยกันค่ะ
เหมาะกับใคร: เหมาะกับหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก (Boxcar) และ
คนที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง ตัวนี้จะช่วยฟื้นฟูให้ผิวดูเรียบเนียน ผิวละเอียดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเหมาะกับการแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ
เจาะลึกผลลัพธ์: เป็นการรวมตัวของ PDLLA และ HA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวตื้นและปานกลาง ด้วยโมเลกุลที่ถูกออกแบบมาให้มีความละเอียดสูง ทำให้คุณหมอสามารถเลือกใช้แก้ไขปัญหาในบริเวณที่ผิวบอบบางได้ดี ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิวเฉพาะจุด หรือริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้าค่ะ

3. Rejuran (สำหรับงานกู้ผิวเร่งด่วน และลดรอยสิว)
เมโสหน้าใสตัวดังจากเกาหลีที่ใช้สารสกัดจาก DNA ปลาแซลมอน (Polynucleotide) เข้ามาช่วยซ่อมแซมผิว
เหมาะกับใคร: คนที่มีหลุมสิวแบบ Rolling Scar (แอ่งกระทะ) ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย หรือมีรอยแดงรอยดำจากสิวทิ้งไว้เยอะ
เจาะลึกผลลัพธ์: Rejuran จะเน้นการฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ ช่วยให้ปราการผิวแข็งแรงขึ้น ลดการอักเสบ และช่วยให้รอยสิวจางลงอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือหน้าจะดู "กระจ่างใส" ขึ้น รูขุมขนกระชับ และผิวดูอิ่มน้ำฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลีเลยค่ะ

ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้การรักษาเลยก็คือ "การดูแลตัวเองหลังทำ" เพราะผิวหลังทำเลเซอร์หรือฉีดรักษาหลุมสิวจะเป็นช่วงที่กำลังฟื้นฟูและสร้างเซลล์ใหม่ ถ้าเราดูแลดี ผลลัพธ์ที่ได้จะปังและเห็นผลไวขึ้นหลายเท่าเลยค่ะ
วันนี้หมอสรุป 6 กฎเหล็กในการดูแลผิวหลังรักษาหลุมสิวมาให้แบบเข้าใจง่าย
คู่มือดูแลผิวหลังรักษาหลุมสิว: เปลี่ยนผิวพังให้เป็นผิวปัง
1. งดล้างหน้าหรือโดนน้ำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
หลังจากทำหัตถการเสร็จ ผิวจะมีรอยเปิดเล็กๆ จากเข็มหรือพลังงานเลเซอร์ค่ะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและความระคายเคือง หมอแนะนำให้ งดล้างหน้าหรือปล่อยให้หน้าโดนน้ำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ผิวได้ปิดตัวและเริ่มกระบวนการซ่อมแซมอย่างเต็มที่ค่ะ
2. ใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนหลังผ่าน 24 ชั่วโมง
เมื่อครบกำหนดแล้วสามารถล้างหน้าได้ตามปกติค่ะ แต่ต้องเลือกใช้ เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนพิเศษ (Gentle Cleanser) ล้างหน้าเบาๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หลีกเลี่ยงการถูหรือขยี้หน้าแรงๆ นะคะ
3. เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นด้วย Moisturizer เนื้อครีม
ช่วงนี้ผิวจะแห้งและอาจมีการตกสะเก็ดเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณของการสร้างผิวใหม่ค่ะ ให้ใช้ Moisturizer เนื้อครีม ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอาการตึงและช่วยให้สะเก็ดหลุดออกตามธรรมชาติได้ง่ายขึ้นค่ะ
4. หลีกเลี่ยงครีมผลัดเซลล์ผิว (สำคัญมาก!)
งดการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, Vitamin C เข้มข้น หรือกลุ่มเรตินอล อย่างน้อย 5 - 10 วันหลังทำเลเซอร์ ค่ะ เพราะสารเหล่านี้อาจทำให้ผิวที่กำลังบอบบางเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบได้ รอให้ผิวแข็งแรงก่อนค่อยกลับไปใช้นะคะ
5. หลบแดดและเลี่ยงความร้อน
ผิวหลังทำจะไวต่อแสงแดดมากเป็นพิเศษค่ะ แนะนำให้ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างน้อย 1 - 2 สัปดาห์ รวมถึงการเข้าซาวน่าหรือการออกกำลังกายหนักๆ ที่ทำให้เหงื่อออกมากและอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดเม็ดสีผิดปกติหรือรอยดำหลังทำค่ะ
6. ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
ห้ามลืมเด็ดขาด! ต้องทา ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ ทุกวันแม้จะอยู่ในบ้าน เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีที่จะเข้ามาทำร้ายเซลล์ผิวใหม่ที่กำลังสร้างตัวค่ะ


คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว: ทุกแพ็กเกจเราแถมฟรี Facial Mask เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวหลังทำ ลดรอยแดง และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ไวขึ้นด้วยนะคะ ที่ Doctor Designs Clinic เราไม่ได้แค่รักษาให้หาย แต่เราดูแลไปจนถึงวันที่ทุกคนกลับมามั่นใจในผิวหน้าอีกครั้งค่ะ
ใครมีคำถามเกี่ยวกับการดูแลตัวเองตรงไหนเพิ่มเติม ทักแชทคุยกับแอดมินได้ตลอดเลยนะคะ!

ความคิดเห็น